แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตะขอเบ็ด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตะขอเบ็ด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เทคนิคเบื้องต้น ( มือใหม่ไปบ่อ 2 )

เทคนิคเบื้องต้น ( มือใหม่ไปบ่อ 2 )

มาดูวิธีหุ้มเหยื่อกันดีกว่านะครับผมจะไม่เรียกชื่อแบบที่ชาวบ้านเรียกกันนะครับ เพราะแต่ละบ้านเรียกไม่เหมือนกันขอให้จดจำวิธีไว้แล้วนำไปใช้งานก็น่าจะพอครับ

วิธีหุ้มขนมปังปั่น,เหยื่อนวดกับตะกั่ว ให้กำเหยื่อวางบนฝ่ามือแล้วเอาตะกั่ววางลงไปบีบเหยื่อพออยู่

ส่วนเหยื่อเหน็บ เราสามารถใช้ทุกวิธีที่ได้เห็นจากกระทู้แรก โดยจะแปะข้างเหยื่อแล้วกำรวมกันหรือจะหุ้มเหยื่่อล่อทับเหยื่อเหน็บก็ได้ครับอีกแบบคือปล่อยให้เหยื่อเหน็บห้อยอยู่เฉยๆก็ได้ไม่จำกัดวิธีถ้าตีไปแล้วปลากิน



เหยื่อเหน็บให้เอาไว้ด้านข้างเสมอครับ



ข้อควรจำกับวิธีนี้จะต้องกำเหยื่อไว้ในมือตลอด เมื่อปล่อยเหยื่อแล้วต้องตีเลยไม่เช่นนั้นเหยื่อจะคลายตัวทำให้ตีแตกได้ครับ

ในภาพเมื่อกำเหยื่อพร้อมตัวเหน็บแล้วเหยื่อจะไม่กลมสวยงามเหมือนแบบอื่นๆ ( แต่ปลากินก็ใช้ได้ครับ )




มาชมปังหุ้มตะกร้อกันครับ



สำหรับมือใหม่แนะนำวิธีนี้ครับคือกำเหยื่อเป็นสองชั้น ชั้นแรกกำเหยื่อน้อยๆบีบให้แน่นๆ



ปั้นชั้นที่สองกะให้ไม่แตกเวลาตี อันนี้ต้อนฝึกฝนครับลองทำบ่อยๆก็จะรู้น้ำหนักมือตัวเองครับ



ส่วนตัวเหน็บจะใช้แบบไหนก็เลื่อกเอาเองนะครับตามสบาย

เมื่อหัดบ่อยๆก็จะสามารถปั้นเหยื่อชั้นเดียวได้ ขนมปังปั่นจะรู้ว่าดีหรือไม่ต้องฟังเสียงตอนเหยื่อตกน้ำ ถ้าดีจะมีเสียงนุ่มเบาแต่ถ้าเสียงเหมือนปาก้อนหินลงน้ำต้องปรับปรุงครับ



เหยื่อนวดไม่ต้องการเหยื่อลูกโตนักเพราะเหยื่อจะหลุดก่อนจะถึงจุดหมายง่ายกว่าเหยื่อแบบอื่นครับ



เหยื่อเหน็บตัวนอกใช้ได้หลายรูปแบบเช่นกันครับ



นี่เป็นแบบขนมปังหุ้มตะกร้อ ปล่อยเหยื่อเหน็บห้อยครับ



ที่ผ่านมาทั้งหมดอาจจะยังไม่ครบทุกรูปแบบนะครับ ผมเพียงแต่แนะนำพื้นฐานให้เท่านั้นทุกแบบสามารถนำไปใช้กับการตกปลาหน้าดิน,ทุ่นลอย,แบบลอยผิวน้ำแล้วค่อยๆจมลง และอีกมากมาย ส่วนที่เคยได้ยินได้ฟังมาจากหลายๆที่นั้นก็จะเป็นรูปแบบที่แนะนำมาให้ได้ดูกันแล้วแทบทั้งสิ้น สามารถดัดแปลงได้ตามสบายหรือแค่เปลี่ยนชุดสายหน้าไปเท่านั้นเอง

ข้อสำคัญต้องเข้าใจและรู้ว่าเหยื่อแตกตัวไวปลากินเร็ว-เหยื่อเหน็บหลุดหรือดีดตัวออกมาจากก้อนเหยื่อเร็วปลาก็เข้ามากินเร็ว การเลือกวิธีที่เหมาะสมสำคัญที่สุดครับ

เมื่อคนข้างๆเราตีเหยื่อลงน้ำแล้วปลากินอย่างรวดเร็วเชื่อได้เลยว่ามาจากความชำนานในการเลือกรูปแบบของ ชุดสายหน้า,ชนิดเหยื่อที่ใช้,การปั้นเหยื่อและการเลือกใช้เหยื่อเหน็บ ตกปลาแล้วได้ปลาไม่มีคำว่าฟลุกครับพวกที่ตกมานานแต่ไม่ค่อยได้ตัว เขาจะโทษนั่นโทษนี่ทั่งที่แท้จริงตัวเขาเองเคยตกอย่างไรก็ตกอยู่อย่างนั้นตกแบบเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง หรือเรียนรู้ที่จะทดสอบวิธีใหม่ๆที่ต่างจากตัวเองเคยใช้มา

เมื่อเราเข้าบ่อจ่ายค่าคันแล้วยังไม่ต้องซื้อเหยื่อครับ เดินไปหาที่นั่งกันก่อนระหว่างทางหมั่นสังเกตุชาวบ้านเขาว่าใช้เหยื่อแบบไหน ชุดสายหน้าเป็นอย่างไรเมื่อรู้แล้วค่อยออกไปซื้้อเหยื่อก็ยังไม่สายเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดีสำหรับมือใหม่ครับ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็เป็นสิ่งที่เราจะได้สนุกกับการตกปลาได้นะครับ



ต้องขอขอบคุณข้อมูลจาก fishing4you.com

เทคนิคการใช้เหยื่อยาง ( การเกี่ยวเหยื่อยาง )

เทคนิคการใช้เหยื่อยาง ( การเกี่ยวเหยื่อยางอย่างมีประสิทธิภาพ )

การเกี่ยวเบ็ดเหยื่อยางที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูง
ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อนว่าการเกี่ยวแบบนี้เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการเกี่ยวเหยื่อยางเท่านั้น การฝังคมเบ็ดตามแนวยาวของตัวเหยื่อเป็นการเกี่ยวเหยื่อยางขั้นพื้นฐานที่นักตกปลาด้วยเหยื่อยางใช้กันอย่างแพร่หลายครับ ใครเคยใช้จิ้งจกยางคงทราบกันดีว่าการวัดเบ็ดให้ได้ตัวปลานั้นยากเย็นเพียงใด หลายท่านตกใจตอนปลาชาร์ทก็มาก กระตุกเหยื่อหนีก็มี (ผมเป็นบ่อย ๆ ใครเคยบ้างยกมือขึ้น แบบว่าตกใจน่ะ) ทีนี้เรื่องรอให้กลืนไม่กลืน อาจไม่เป็นผลข้างเคียงอีกต่อไปหากเจ้าตัวใต้น้ำงับเข้าตรงคมเบ็ดจังๆ

ตามตำราและหลักสูตรตกปลาสมัยก่อนกล่าวว่า ถ้าเกี่ยวเหยื่อจำพวกตัวยาว ๆ เมื่อเกี่ยวเสร็จแล้ว ตัวเหยื่อจะต้องตรง หางพลิ้วไหวได้ดีและคมเบ็ดต้องทะลุทะลวงได้ดีอีกด้วย (คมเบ็ดอยู่ในตัวเหยื่อ)

จากภาพแรก จะเห็นว่าเหยื่อทั้ง 3 ตัว คมเบ็ดทะลุออกมา นอกตัวเหยื่อ แต่แนบกับตัวเหยื่อ ไม่มีปลายกระดกออกหรือตัวเหยื่องอ จนเสียรูปแบบสำหรับ การสร้างแอ็คชั่น การเกี่ยวแบบนี้ คือแบบที่นิยมใช้มากในปัจจุบันครับ กล่าวถึงลักษณะได้คือ เมื่อเรากดตัวเหยื่อยาง แล้วปล่อยมือ ตัวเหยื่อต้องเด้งกลับมา แนบกับเบ็ดได้ใหม่ เหมือนเดิมครับ หากคมโผล่ออกมาแล้วค้างอยู่ แสดงว่ายังต้องขยับ การฝังคมเบ็ดให้ตัวเหยื่อใหม่ครับ



จากภาพที่สอง(ผมคัดหนอนตัวใสมาให้ดูเพราะจะได้เห็นถึงแนวคมเบ็ดครับ) แสดงถึง การฝังคมเบ็ดเข้าตัวเหยื่อแบบผิดวิธีครับ แบบนี้ได้สภาพตัวเหยื่อที่ตรง แต่คมเบ็ดไม่สามารถทะลุออกมาได้ดี ในขณะที่เราวัดเบ็ดครับ เพราะคมเบ็ดทำมุมขนานกับตัวเหยื่อ เกี่ยวแบบนี้บางทีรอให้ปลากลืน ถึงคอเราวัด ยังหลุดออกมาได้ครับ ต้องระวัง

ถ้าจะเกี่ยวแบบถูกต้องจริง ๆ แบบคมเบ็ดอยู่ในตัวเหยื่อ มุมคมเบ็ดต้องทะลุทะลวงออกมาได้ดี เมื่อเราลองเอานิ้วมือกดดูครับ

ภาพต่อมา แบบนี้คมเบ็ดทะลุออกมาได้ดีครับ (ผมอาจเกี่ยวให้ดูเวอร์ไปหน่อย ) แต่เมื่อทะลุแล้วจะเป็นแบบเจ้าตัวล่าง (ในภาพเดียวกัน) ครับ กล่าวคือ เพียงเราใช้นิ้วมือกดเบา ๆ ทะลุปุ๊ป คมเบ็ดก็โผล่มาอย่างที่เห็นครับ เสียทั้งแอ็คชั่น และอาจเสียทั้งปลาเลยครับ แถมอาจเสียเหยื่ออีก เพราะเหยื่อไปติดกับอะไรใต้น้ำครับ



จากภาพที่ผมบีบตัวเหยื่อ แสดงให้เห็นถึงวิธีทดสอบ เมื่อเกี่ยวเหยื่อเสร็จครับ บีบแล้วต้องเด้งกลับไปเหมือนตอนแรกครับลองฝึกเกี่ยวดูนะครับไม่ยากครับ

อุปสรรคพวกหญ้า วัชพืช พื้นน้ำ ไม่เป็นปัญหามากนักสำหรับการเกี่ยวเหยื่อแบบนี้ ครับ รวมถึงความน่าจะเป็นในการได้ตัวปลามีสูงกว่าแบบอื่นๆ ครับ



เหยื่อยางรุ่นใหม่ ๆ จะทำอินดิเคเตอร์ หรือจุดบอกตำแน่ง สำหรับ ให้คมโผล่ทะลุด้วยครับ (ดุเจ้าตัวเขียวล่างครับ เกี่ยวแบบทะลุออกมา ) และอย่างเจ้าตัวน้ำเงิน ก็มีร่องไว้ซ่อนคมเบ็ดได้สบาย ๆ สำหรับการเกี่ยวแบบคมโผล่ แต่แนบตัวเหยื่อแบบนี้ครับ

กล่าวทั้งที ก็ต้องบอกให้หมดครับ เหลืออยู่เรื่องครับ คือตำแหน่งการเกี่ยวเหยื่อ คมเบ็ดอยู่ช่วงไหนของตัวเหยื่อดี ปกติถ้าตัวเหยื่อไม่มีจุดบอกตำแหน่งมาให้ ให้แยกได้ดังนี้ครับ

ถ้าเป็นหนอนหางงอ นิยมเกี่ยวให้คมโผล่ อยู่เกือบโคนหางงอเลยครับ ให้หางพลิ้วได้อย่างเดียวพอ

หนอนตัวยาว ถ้าใช้เบ็ดมีก้านป้องกันสวะ ก็กลางตัวเลยครับ ถ้าเบ็ดตามยาว ก็ดูจุดข้อต่อ หรือปมที่ตัวเหยื่อมีอยู่ครับจุดนั้นคือจุดแยกของแอ็คชั่นที่จะได้รับจากตัวเหยื่อ

ส่วนพวกเหยื่อบิน มีหาง พริ้วก็เกี่ยวหัว ไม่ก็สอดทั้งตัวครับ (เขียนให้ในบทถัด ๆ ไปครับ ) หนอนทรงค้อน ก็กลางตัวเช่นกันครับ

ทั้งหมด เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งที่นักตกปลานิยมใช้กัน และได้ผลดีครับ ลองนำมาเป็นพื้นฐาน และปรับใช้ดูครับ แบบไหนได้ผล แบบไหนจะเป็นรูปแบบประจำของแต่ละท่าน



ภาพเงื่อนนี้เป็นเงื่อนดับเบิ้ลคลิ้น ที่นักตกปลาทั่วไปนิยมใช้กันอยู่แล้วครับ ฝากไว้ให้สำหรับนักตกปลามือใหม่ ๆ ที่ยังไม่ทราบครับ เพราะหลายครั้งเรามองข้ามเรื่องธรรมดาที่หลายคนยังไม่ทราบ ผมไม่อยากให้มีนักตกปลารุ่นใหม่ที่เคยเป็นเหมือนผม ที่ครั้งหนึ่งไม่ค่อยรู้อะไรมากนักเกี่ยวกับการตกปลา ต้องคอยถามคอยหาข้อมูลน่ะครับ

จากภาพให้เริ่มพันสายเบ็ด และเริ่มผูกจากภาพทางซ้ายครับ แล้วสอดสายเข้าตามรูปด้านขวาจากนั้นดึงสายให้ตึงครับเป็นอันเสร็จกระบวนการ





ต้องขอขอบคุณข้อมูลจาก www.fishing4you.com

เทคนิคการใช้เหยื่อยาง ( เหยื่อยาง )

เทคนิคการใช้เหยื่อยาง ( เหยื่อยางในแบบที่รู้จักกันทั่วไป )

บทความตอนนี้ ผมขอเกริ่นนำและอธิบายให้ครอบคลุมอย่างคร่าว ๆ เกี่ยวกับ เหยื่อประเภท Jelly Bait บางท่านเรียก Worms หรือบางท่านเรียกเป็นคำไทย ว่าหนอนยาง หรือ อีกหลายชื่อที่นักตกปลาใช้เรียกเหยื่อปลอม ชนิดนี้ โดยส่วนตัว ผมเห็นว่ามีประโยชน์ กับนักตกปลาที่สนใจเกมฟิช ชนิดปลาล่าเหยื่อบ้างพอสมควร ผมขอนำบทความนี้ ด้วยคำว่า เหยื่อยาง เพราะดูแล้วน่าจะเป็นคำไทยที่ครอบคลุมทุกประเภท และทุกแบบของเหยื่อตกปลาชนิดนี้

เหยื่อยางที่นิยมใช้กันมาก และมีชื่อเสียงในบ้านเรามานาน คงจะหนีไม่พ้น จิ้งจกยาง ที่หลายท่านนิยมใช้ตกปลาช่อน ตามคูคลองบริเวณข้างทาง หรือ บ่อน้ำที่มีวัชพืช ปกคลุมอยู่บ้าง ผมเองเคยได้ปลาช่อนจากจิ้งจกยางนี้หลายตัว เรียกได้ว่าเป็นเหยื่อสุดประทับใจก็ว่าได้ ในบทความผมอาจกล่าวถึงปลาล่าเหยื่อต่างประเทศ ขอให้เข้าใจร่วมกันก่อนนะครับ ว่าเรากำลังร่วมกัน ศึกษาและพัฒนารูปแบบการใช้เหยื่อยาง ในบ้านเรา ซึ่งผมเองคิดว่า สัญชาติญานของปลาล่าเหยื่อนั้น ไม่ต่างกันเท่าใดนัก

บทความที่ผมเรียบเรียงไว้ในบทนี้ ขออนุญาต ข้ามเรื่องจิ้งจกยาง รวมถึงเหยื่อชนิดปลายาง ไปก่อนครับ โดยบทความตอนนี้ผมจะขอเล่าถึง ประสบการณ์ส่วนตัว รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ที่เคยได้รับการบอกเล่า และเรียนรู้จากนักตกปลาท่านอื่น มานำเสนอให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ ท่านใดมีความรู้เรื่องเหยื่อยาง อยากเสริม หรือเห็นว่าไม่ถูกต้องในส่วนใด หากเป็นความกรุณา ขอได้โปรดแจ้งไว้ที่กระดานนะครับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ ของนักตกปลาท่านอื่น ๆ ที่สนใจเรื่องการใช้เหยื่อยางครับ

การตกปลาด้วยเหยื่อยาง รวมไว้ซึ่งศาสตร์ และ ศิลป์ เริ่มจากผู้ผลิต ที่คิดค้นเนื้อวัสดุ และรูปแบบของตัวเหยื่อเลียนแบบ ให้เหมือนสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ บ้างก็แปลกแหวกแนว มองอย่างไร ก็ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตที่เราเคย พบเห็นกัน

จากในภาพแรก ผมหยิบเหยื่อบางรุ่นที่ใช้อยู่ จากกล่องเหยื่อของผม มาถ่ายภาพให้ชมกัน จะเห็นได้ว่า ลักษณะเหยื่อยาง มีหลายรูปแบบ หลายขนาด รวมถึงสีสันของตัวเหยื่อ เรียกว่ามีเป็นร้อยแบบก็คงได้




ถัดจากโสตประสาทด้านการมองเห็น โยงไปถึงเรื่องกลิ่นของตัวเหยื่อ เหยื่อยางบางรุ่นมีกลิ่นหอมในตัวเอง (คนอาจเหม็นก็ได้) แต่ปลาคงรู้สึกหอมน่าหม่ำมากกว่า บางตัวที่ราคาไม่แพง คุณภาพไม่ค่อยดี อาจมีกลิ่นเหม็นของสารสังเคราะห์ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ลักษณะความนิ่ม และความยืดหยุ่นของตัวเหยื่อล้วนถูกพัฒนา ใส่เทคนิคการผลิตเข้าไปหลายอย่าง

เหยื่อยางหลายตัวต้องแช่อยู่ในน้ำมันหรือสารสังเคราะห์ ซึ่งจะทำไห้คงสภาพตัวเหยื่อไว้ได้ เหมือนตอนเหยื่อออกจากแม่พิมพ์ และยังได้ประโยชน์จากกลิ่นหอม ๆ และการฟุ้งของสารละลายที่ใช้พรมตัวเหยื่อนั้น ๆ ด้วย เทคนิคการผลิตเหยื่อยางให้ตัวเหยื่อมีความนิ่ม และส่งกลิ่นสังเคราะห์ ทีอยู่ในเนื้อใน ของตัวเหยื่อ ออกมากได้อย่างหนึ่งก็คือ การใส่เกลือเข้าไปในกระบวนการผลิต (ผมไม่แน่ใจว่าใช่เกลือแกงหรือไม่ แต่ผมได้ลองเสี่ยงชิมดูแล้วครับ เค็มเป็นเกลือป่นธรรดาครับ ..ไม่ได้กัดหรือกินเหยื่อนะครับ แค่ชิมเม็ดเกลือที่แทรกอยู่ในตัวเหยื่อครับ )

เหยื่อตัวที่แพง ๆ ที่ผมมีอยู่หลายตัว (กว่าครึ่งราคาไม่แพงครับ ตัวแพงมีไม่กี่ตัว แฮ่ะ ๆ ซื้อมาก ๆ จนแย่เลย) ใช้เทคนิคนี้ บางยี่ห้อ ถึงกับโฆษณา ว่ามีเกลือเพียบ (แปลได้ประมาณนั้น ) ตอนแรกผมก็นึกว่า คงเอาไว้ใช้งานกับ ปลาทะเล หากแต่ความจริง ใช้กับปลาน้ำจืดได้เช่นกัน (ข้อมูลนี้ผมอ่าจจากข้างซองเหยื่อ และสอบถามพนักงานขายเหยื่อ รวมถึงอาจารย์สอนตกปลาแบสที่ผมรู้จักด้วยครับ ประโยชฯของเกลือนี้ ทำให้เหยื่อมีรูพรุนเมื่อลงน้ำ ทำให้ตัวเหยื่อมีความนุ่ม และตัวเบ็ดสามารถทะลุทะลวงได้ดีกว่า

นอกจากนี้ รูปร่างเหยื่อยางชนิดต่าง ๆ ก็มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไป ในแต่ละสภาวะแวดล้อม ในแต่ละพื้นที่ แอ็คชั่นของตัวเหยื่อมักได้ถูกคิดและวางรูปแบบการใช้งานคร่าว ๆ มาแล้ว ส่วนมากมักมีการดัดแปลงการใช้งาน หรือตัดต่อตัวเหยื่อ ใหม่ บ้างก็ประกอบเข้ากับ อุกปกรณ์ หรือเหยื่อชนิด อื่น เพื่อสร้างความสนใจให้กับปลาพันธ์ดุ ใต้น้ำมากขึ้น

ซึ่งเรื่องเกี่ยวกับ แอ็คชั่นของตัวเหยื่อ และลักษณะการใช้งาน แบบที่นิยมกัน รวมถึงการประยุกต์ตัวเหยื่อ





อุปกรณ์ที่จำเป็น เมื่อใช้เหยื่อยาง มีคร่าว ๆ ดังนี้ครับ

1.
ชุดอุปกรณ์ คันเบ็ดและรอก ได้ทั้งเบทและสปินนิ่ง แต่มักนิยมคันแอ็คชั่นค่อนข้างอ่อน ก้านคันเบ็ดแบบเล็กๆ จะได้เปรียบเรื่องแรงสะบัดในการส่งเหยื่อเข้าสู่เป้าหมาย สปินนิ่งอาจได้เปรียบในเรื่องของการตีเหยื่อเบา ๆ ได้ไกลกว่า การทอยเหยื่อ ก็ทำได้สะดวกกว่า แต่รอกเบทเล็ก ๆ คุณภาพดี ๆ ก็ทำได้ไม่เป็นรองเท่าใดนัก

2.
สายที่นิยมใช้ ปกติ นักตกปลาส่วนใหญ่ คงคิดถึงชนิดปลาเป็นหลักในการเลือกใช้สาย แต่จากการพูดคุย กับนักตกปลาญี่ปุ่น ที่เชี่ยวชาญหลายท่าน (อาจารย์สอนตกปลาแบส) ให้ความเห็นว่า สายควรใช้ขนาดเล็ก ๆ เข้าไว้ จะทำให้เหยื่อตีไกล และแม่นยำ
ที่สำคัญที่สุดคือแอ็คชั่นที่ได้จากตัวเหยื่อขณะใช้งาน จะแสดงออกมาได้เต็มที่ เกี่ยวกับสาย PE หรือสายไดนีม่า ไม่นิยมใช้กันเท่าใดนักในเกมน้ำจืด เมื่อแรกผมก็นึกไปถึงราคาของสายชนิดนี้ที่วางขายในญี่ปุ่น มีราคาแพงกว่าสายธรรมดาอยู่ 3-5 เท่าขึ้นไป (ความยาวที่พบได้ส่วนใหญ่คือ 100 เมตร และ 150 เมตร)
ผู้เขียนได้สอบถามดูจากนักตกปลา(ที่น่าจะเชี่ยวชาญการใช้เหยื่อยางหลายท่าน ..จริงๆ แล้วแค่ 3 ท่านครับ ) ได้รับคำตอบทำนองเดียวกันว่า สายไดนีม่านี้ เมื่อเปียกน้ำอาจมีน้ำหนักมากกว่าสายโมโนฟิลาเมนต์ (สายเอ็นธรรมดา) อยู่สักหน่อย รวมถึงเมื่ออยู่ใต้น้ำ การให้ตัวของเหยื่อยาง (เมื่อหวังปลาที่รอกัดเหยื่ออยู่บริเวณหน้าดิน) จะไม่เป็นอิสระเท่าที่ควร จะมีใช้กันมาก ๆ ก็เหยื่อติดหัวจิ๊ก ที่ตีเหยื่อแบบเหยื่อบิน (ลอยกลางน้ำ) มากกว่า
รวมถึงการตกปลา ในเขตแก่งหิน ถึงจะใช้สายชนิดไดนีม่ากัน เพราะเรื่องของประสิทธิภาพด้านการทนต่อแรงเสียดสี ขูดกับแก่งหิน หรือตอไม้ใต้น้ำเป็นต้น ทั้งนี้ชุดลีดเดอร์ (ไม่ใช่ชุดของสาว ๆ เต้นนำเชียร์ นะครับ ... เอิ๊ก ๆ ๆ นอกสาระกันบ้าง) ยังคงใช้สายเอ็นขนาดเล็กอยู่ดี
ปกติจะขึ้นกับขนาดปลา โดยมีใช้กันตั้งแต่ ขนาดราวๆ 2 ปอนด์ ถึง 10 ปอนด์ มากกว่านี้ไม่นิยมใช้ร่วมกับเหยื่อยางตัวเล็ก ๆ แต่หากท่านใดประสงค์ใช้งาน ก็ไม่ผิดแต่ประการใด เพราะคงต้องดูถึงสภาพแวดล้อมการใช้งาน และเทคนิคของนักตกปลาแต่ละท่าน....

3.
ตัวเบ็ดที่ใช้ มีมากมายหลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิด และขนาดของตัวเหยื่อเป็นสำคัญ ถัดไปก็เรื่องของการใช้เหยื่อในแต่ละแบบ จะหน้าดิน เลาะตลิ่ง มุดตอ หรือแม้แต่ใช้แบบเหยื่อบินกลางน้ำ ก็ต้องเลือกตัวเบ็ดให้เหมาะกับการตกปลาแต่ละครั้ง
อุปกรณ์ที่ต้องมีติดไว้แบบพอจำเป็นก็ดังในภาพที่สองครับ บางตัวก็มีหัวจิ๊ก บางตัวก็มีลวด หรือส่วนของการป้องกัน เบ็ดเกี่ยวกับวัชพืช หรือสิ่งแปลกปลอมใต้น้ำ

4.
อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ขาดไม่ได้ก็ลูกหมุน ถัดไปก็คลิ๊ปเผื่อจะเอาไว้เปลี่ยนเหยื่อได้สะดวก ตะกั่ว ทรงกรวย ทรงกลม หรือแม้แต่ทรงตุ้ม อย่างลูกสีเขียว (ดังในภาพ) ก็นำมาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน ที่สำคัญ ขนาดเล็ก ๆ ครับ
ให้ดูเหยื่อยางที่ใช้เป็นหลักครับ พวกจิ๊กหัวขน (แฮ่ะ ๆ อันนี้เรียกเอง) ก็นิยมใช้ร่วมกับ เหยื่อยางเช่นเดียวกัน เรียกว่าประกอบกันแล้ว ตัวเหยื่อดูหล่อขึ้นมาก และบางครั้งปลากัดมากกว่าการใช้เหยื่อยางอย่างเดียวครับ
สปินเนอร์เบท ก็นิยม เกี่ยวหนอนตัวเล็ก ๆ ไว้ที่ตัวเบ็ดด้วยเช่นเดียวกัน (ปกติ สปินเนอร์เบท ที่มีพู่อยู่ดังในภาพ ก็สามารถใช้ตกปลาได้โดยไม่ต้องมีเหยื่อยางนะครับ)
เรื่องของเทคนิคการประกอบเหยื่อ ถึงขึ้นการใช้งาน และ แอ็คชั่นของตัวเหยื่อที่เราหวังผล ผมของนำเสนอในกระทู้ถัด ๆ ไป


5. สเปรย์ดับกลิ่น เพิ่มกลิ่น และน้ำยาชุบกลิ่นให้เหยื่อยาง เป็นสิ่งสุดท้าย ที่ไม่จำเป็นต้องมีเท่าใดนัก แต่หากนักตกปลาท่านใด หวังผล และคาดหวังการได้ยลโฉมตัวปลามากกว่าปกติ หรือไม่อยากพลด อาหารจานเด็ดล่ะก้อ ของสิ่งนี้ ช่วยให้เพิ่มความน่าจะเป็นในการตกปลาได้มากขึ้นครับ เรื่องกลิ่นของเหยื่อยางนี้ ผู้เขียนได้อธิบายไว้คร่าว ๆ ในอีกบทความหนึ่ง คือ ตอน เรื่องของกลิ่นกรุ่น ๆ



สุดท้ายฝากไว้ ก่อนจบบทความนี้ คงต้องบอกก่อนว่า ผมเองไม่ได้โอ้อวด หรือมีความเก่งกาจในการตกปลามากกว่าทุกท่านแต่อย่างใด เพียงแต่ทุกครั้งของการออกทริปตกปลาของผม หากผมไม่ประสงค์จะได้ปลาที่ตกเพื่อเป็นอาหาร หรือหวังผลกับตัวปลา มากนัก ผมจะใช้เบ็ดแบบไม่มีเงี่ยง (ส่วนมาก ใช้คีมบีบเอา มีวิธีที่ดีกว่าคือนั่งใช้ตะไบ เล็ก ๆ ขัดออกครับ)






ต้องขอขอบคุณข้อมูลจาก fishing4you.com

วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

เทคนิคการตกปลานิล

เทคนิคการตกปลานิล

หมายของท่านอยู่ที่ไหน
  1. หนองธรรมชาติ
  2. บ่อเลี้ยง
เรามาดูที่ หนองธรรมชาติ กันก่อน ปลานิลโดยธรรมชาติแล้วจะอาศัยเป็นคู่ ซึ่งจะขุดบ้านหรือที่อยู่เป็นหลุมใต้น้ำ ส่วนใหญ่มักจะเป็นบริเวณดินปนทราย(ใต้น้ำนาะครับ) เราดูบนผิวน้ำจะไม่รู้ ดังนั้นเราต้องนำรำอ่อนๆ อ่อนที่สุด ผสมกับน้ำของหนองน้ำนั้น และควรผสมในถังที่เคยผ่านการใช้งานมาหลายๆครั้งเพื่อจะไม่ส่งกลิ่นของพลาสคิกติดลงไป จากนั้นท่านนำไปหว่านโดยให้ทั่วบริเวณที่จะลงเบ็ด แต่ไม่ต้องมาก เดี๋ยวปลาอิ่มกันพอดี รอจนกว่าจะมีฟองอากาศขึ้นมาจากใต้น้ำประมาณ 2 - 3 ฟองติดกันถี่ๆ แล้วดูที่ผิวน้ำปลาเล็กปลาน้อยที่มากินรำจะแตกเป็นระยะๆ แต่ท่านต้องทราบด้วยว่าหนองนั้นมีปลานิลน่ะ อาหารที่จะเกี่ยวกับตะขอเบ็ดก็ไม่แปลกเลยปลาธรรมชาติมักจะชอบอาหารที่มันเคยกินและมีอยู่ทั่วไปคือ
  1. ไส้เดือนอ่อน่ เป็นไส้เดือนตัวเล็กสีชมพู ไม่ใช่ไส้เดือนขด หรือไส้เดือนทั่วไปนะครับ ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตามบริเวณดินที่เราทิ้งน้ำล้างจาน ล้างถ้วย นำมาเกี่ยวเลยรับรองได้ 100% (แต่ต้องเป็นขี้ตาแล่เป็นๆไม่ตายน่ะและสดๆด้วย)
  2. กุ้งสดๆ ที่เป็นๆ ที่เต้นๆ ยิ่งดี ตัวกำลังดีเกี่ยวขอไม่หลุด รับรอง 95% เพราะบางทีปลากินเป็นประจำอาจเบื่อ
  3. เคยเห็นตัวหนอนที่อยู่ในไม้ไมยราพที่แช่อยู่ในน้ำไหม อืมจะอธิบายไงดี ลองเอาไม้ไมยราพที่แช่ในหนองน้ำที่เป็นสีดำแล้วมีรูพรุนทั่วขอนไม้น่ะ แล้วเอามาหักดูจะมีตัวหนอนอยู่ด้านใน ลองดูน่ะ เลือกเอาตัวใหญ่หน่อย รับรอง 97% เพราะหนอนชนิดนี้ตายง่ายต้องเป็นแหล่งปลาที่ชุกมากๆ ถึงจะได้ เพราะเราต้องรอปลาเค้าหาเหยื่อตัวหนอนอาจตายก่อน
ส่วนในเรื่องของบ่อปลาเลี้ยงง่ายมากสังเกตุดูว่าเจ้าของบ่อเอาอาหารอะไรโยน ให้ปลากิน ดูตอนเช้า กะตอนเย็นๆ โดยเอาอาหารนั้นมาผสมกับรำอ่อนๆและขนมปัง เท่านี้แหล่ะแจ๋วเลย แนะนำหน่อยน่ะว่ารำหน่ะต้องไม่เหม็นหืน เกร็ดเอาปลานิลตัวเล็กตามสันเขื่อน ปลานิลมักจะเลี้ยงลูกตามสันเขื่อนที่เป็นหินปูนที่เขาเรียงไว้เราไม่ต้องใช้ อาหารอะไรที่ยุงยากเลย เพียงขอเบ็ด เบอร์ 8 อันเดียวเท่านั้น ก็ตกได้เป็นกิโลฯ แล้ว สังเกตุดูว่าจะมีลูกปลานิลเล็กๆๆ อยู่กันเป็นฝูงแล้วดูรอบๆๆ จะพบพ่อปลาแม่ปลา ที่ดุมากหน้าจะออกสีดำแดงเพียงเราหล่อนตะขอเบ็ดลงไปบริเวณที่หน้าปลาพ่อปลา แม่มันจะเค้าตอดตะขอ แต่ต่องใช้ความเร็วหน่อยในการกระชากคันเบ็ด สูตรนี้ต้องใช้ฝีมือและความชำนาญหน่อยครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก numaer.com

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

การตกแบบชิงหลิว

มารู้จักอุปกรณ์ที่ควรมีกันก่อน จะมีกันครบหรือไม่ก็แล้วแต่ความจำเป็นของแต่ละท่าน
  • 1.คันเบ็ด
  • 2.สายเอ็น
  • 3.ทุ่น
  • 4.ลูกหมุน
  • 5.ลายสตอปเปอร์
  • 6.สวิงช้อนปลา(ด้ามควรจะยาว)
  • 7.ที่พัก-ที่ตั่งคันเบ็ด
  • 8.กระชังขังปลา
  • 9.ที่ใส่เหยื่อ
  • 10.เก้าอี้
เตรียมกันพร้อมแล้วนะครับ คันชิงหลิวจะแพงจะถูกอย่าไปสนใจครับ มาดูขนาดกันก่อนดีกว่าบ้านเราคันขนาด3.6เมตร-4.5เมตรน่าจะเหมาะสมครับ หากยาวกว่านี่โอกาสหักมีมาก ส่วนคันสั้นๆที่ชอบซื้อหากันนั้นจะไม่สามารถส่งเหยื่อได้ไกลพอและจะตั่งทุ่นลำบากมาก วันนี้ยังไม่มีภาพนะครับติดไว้ก่อน
มาเตรียมคันกันดีกว่า คันชิงหลิวที่ปลายบนจะมีไหมญี่ปุ่นติดมาทุกคันนะครับ ปรกติเราจะเอาเอ็นทำห่วงไว้คล้องกับไหมตัวนี้ เพราะเวลาเก็บคันจะได้แกะออกได้ ทีนี้มาดูที่ด้ามจับกัน ที่นี่ควรจะมีห่วงเอาไว้ใส่สายเซพตี้(มันคือเชือกร่มหรืออะไรที่ท่านคิดว่าเอามาแทนได้) ควรจะยาวเริ่มที่ 2เมตรถึง15เมตร ผมเคยสังเกตุคนญี่ปุ่นไม่ใช้กัน เพราะเขาจะตกปลาไม่เกิน1กิโลกันด้วยสายหน้า2-4lb









เขาจะยอมให้สายขาดไปไม่ยอมให้คันหัก ขัดต่ออุปนิสัยของคนไทยอย่างยิ่ง คือบ้านเรานิยมปลาใหญ่ สายเอ็นที่ใช้น่าจะ6-8lb ก็น่าจะพอ อีกอย่างการใช้สายเซพตี้จะกินพื้นที่กว้างมาก รบกวนคนข้างๆโดยไม่สมควร






สายเอ็นที่ใช้จะมีความยาวเท่ากับคันเบ็ด เช่นคัน 3เมตรสายก็ 3เมตรด้วยแล้วจึงผูกลูกหมุน บ้านเราก็จะใช้ลูกหมุน3ทางผูกกันเป็นส่วนมาก แต่ที่ดีให้ใช้สายเอ็น10-12lb ผูกเป็นห่วงสองห่วงกับลูกหมุนแทนสามทาง ข้อดีคือลูกหมุนสามทางจะพันกันและบาดสายขาดได้ง่าย แต่เอ็นจะให้ตัวดีกว่าและความแข็งของเอ็นจะถ่างสายหลีดทั้งสองเส้นได้อยู่แล้ว ห่วงทั้งสองก็มัดสายหลีดให้เส้นหนึ่งยาวก่ว่าอีกส้นหนึ่ง5ซ.ม คือถ้าเส้นแรกยาว20ซ.ม.อีกเส้นก็25ซ.ม.










มาต่อเรื่องทุ่นกันดีกว่าครับ ผมจะมาว่าถึงเรื่องขนาดของทุ่นนะครับ ไอ้ที่ว่าทำจากอะไรดีนี่ก็นานาจิตตัง ผมขอให้หางทุ่นเรียวและแข็งหน่อย
เพราะมันจะทนทานและไม่ต้านลมมาก ซึ่งมีผลกับการตกปลามากคือ เราจะอ่านการสื่อสารจากทุ่นได้ยาก เหยื่อจะลอยไปตามกระแสลมที่พัดหางทุ่นและสายเอ็น

ทุ่นจะแบ่งออกเป็น3ระดับ
  1. ทุ่นน้ำ้ตื้น ตัวทุ่นไม่รวมหางและก้านทุ่น จะยาว3-5 นิ้ว ใช้กับน้ำลึก 50-80 ซ.ม.
  2. ทุ่นน้ำ้ปานกลาง ตัวทุ่นไม่รวมหางและก้านทุ่น จะยาว5-7 นิ้ว ใช้กับน้ำลึก 80-150 ซ.ม.
  3. ทุ่นน้ำ้ลึก ตัวทุ่นไม่รวมหางและก้านทุ่น จะยาว7-10 นิ้ว ใช้กับน้ำลึก 150 ซ.ม.ขึ้นไป
การใช้ทุ่นที่ผิดขนาดของมันเช่นเอาทุ่นน้ำตื้นมาใช้ที่ๆมีน้ำลึกมากๆ เราจะตั้งทุ่นยากมาก ทุ่นจะทรงตัวไม่ดีออกอาการง่ายมากเกินไป สังเกตุหางทุ่นยากเพราะมันสั้นมาก

ทุ่นชิงหลิวสามารถตกปลาได้ทั้งเหยื่อลอยและหน้าดิน เรามาุดูแบบเหยื่อลอยกันก่อน อย่างแรกคุณต้องมีทุ่นที่รับน้ำหนักเหยื่อได้ก่อน ลองใส่เหยื่อดูแล้วเอาลงน้ำถ้าทุ่นจมหายไปเลยแสดงว่าใช้ไม่ได้ การตั่งทุ่นชิงหลิวที่ดีนั้นไม่ว่าจะใช้เหยื่อแบบลอยหรือแบบหน้าดิน หางทุ่นเมื่อตั่งทุ่นที่มีเหยื่อหางทุ่นจะโผล่ขึ้มาครึ่งหนึ่งเสมอ เวลาที่เหยื่อหมดจะลอยถึงคอทุ่น(รอยต่อระหว่างหางทุ่นกับตัวทุ่น) เพื่อให้รู้ว่าเหยื่อหมดแล้ว เราเริ่มต้นที่บ้านนะครับเอาทุ่นมาประกอบเโดยไม่มีเหยื่อ แล้วลองในถังหรือโอ่งดูว่าเราจะใช้ตะกั่วแค่ไหน ที่ทำให้ทุ่นลอยขึ้นมาแค่คอทุ่น เมื่อได้แล้ว เอาไปใช้ที่บ่อปลาได้เลย เวลาจะตกเราก็ต้องมาเช็คระดับความลึกกันก่อนใช่ไหมครับ

โดยทั่วไปการตกแบบหน้าดินนิยมเป็น2แบบ คือส่วนที่แตะพื้นบ่อเป็นตัวเบ็ดที่หุ้มเหยื่อและใช้ลูกหมุนแตะที่พื้นบ่อแทน วิธีการก็คือเมื่อประกอบคันเรียบร้อยแล้วจะตกแบบไหนก็ให้เอาตะกั่วแผ่นมามาหนีบ ถ้าไม่มีก็เอาดินขอบบ่อหุ้มแทน ถ้าเป็นการตกแบบให้ลูกหมุนแตะก็นำตะกั่วมาหนีบเหนือลูกหมุน แล้วตั้งทุ่นดูให้ได้ระดับกลางหางทุ่นพอดี วิธีนี้เหยื่อหมดจะไม่รู้ตัวเพราะทุ่นจะไม่เคลื่อนไหว

วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

ชุดตะขอเดี่ยว

แบบนี้เรียกกันว่าแบบไร้สาร คือไม่มีตะกั่วเลยมีแค่ตัวเบ็ดกับลูกหมุนบางคนร้อยลูกปัดเพิ่มไปอีกสามถึงสี่เม็ด
เอาไว้ตกปลากินเหยื่อยากโดยจะหุ้มเหยื่อไว้กับลูกหมุนแล้วเหน็บเหยื่อที่ตัวเบ็ด เหยื่อจะตกน้ำแล้วลอยอยู่ก่อนจึงจมลงช้าๆ
เหมือนอาหารที่บ่อเขาให้ และเวลาเหยื่อตกน้ำจะเบาไม่ดังตูมตามครับ ที่สำคัญ!!!ตียากนิดนึงนะครับ


นี่เป็นแบบที่ใช้ได้สองรูปแบบ 1.ใช้ขนมปังเหน็บตัวเบ็ดชิ้นเดียวเลย 2.ใช้เหยื่อหุ้มตะกั่วก่อนแล้วเอาต้วเหน็บแปะข้างเรียกว่า"ลูกโดด"ครับ

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

วิธีผูกตัวเบ็ดแบบต่างๆ

วันนี้ว่างๆเลยนั่งหาวิธีผูกเบ็ดมาลงไว้ให้เพื่อนๆดูกันเผื่อจะมีประโยชน์บ้าง

ถ้าเจออีกจะเอามาลงให้ใหม่นะครับวันนี้เอาไปดูเล่นๆก่อนนะ


Fisherman's Knot - For more funny movies, click here

วิธีทำกระดี่ ( ทำแบบบ้านๆ )

พอดีไปเจอมาเลยเอามาฝาก วิธีทำนะครับ 1. นำกระป๋องเบอร์ดี้มาตัดก้นและหัวออก แล้วผ่ากระป๋องแบออก 2. นำแบบมาทาบแล้วตัดด้วยกรรไกร เอาให้กว้...