แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลายาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลายาง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เทคนิคการใช้เหยื่อยาง ( กลิ่น )

เทคนิคการใช้เหยื่อยาง ( เรื่องของกลิ่น )

ปัญหา ปลาคายเหยื่อยาง ไม่ยอมกลืน กัดแล้วปล่อยจะหมดไปได้มากเลยครับ หากใส่ใจกับกลิ่น ของตัวเหยื่อกันสักนิด

ความจริงคงต้องท้าวความมาตั้งแต่ ความนุ่มของตัวเหยื่อก่อนเลยครับ ว่าน่าเคี้ยว น่ากลืนสำหรับปลาไหม ถ้าข้อนั้นผ่าน ทีนี้ก็กลิ่นละครับ ปลามีระบบประสาทส่วนนี้อยู่ด้วย หลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วจากหนังสือ ตกปลา หรือจากตำราเรียนในวิชาชีววิทยา

คงไม่ปฏิเสธนะครับ หากเราเห็นขนมรูปร่างสวย ๆ เค้กชิ้นงาม หรือแม้แต่วุ้นสีสันน่ากิน แต่ !! พอเข้าปากเท่านั้นครับ ไม่ไหวบ้วนทันที ......... ก็ของเสีย ของไม่น่ากิน ของกลิ่น และรส ไม่ถูกใจ ไม่เอาดีกว่า

ปลาก็เหมือนกันครับ ต่างกันก็ตรงที่ เหม็นของเราอาจหอมของปลาก็แค่นั้นครับ

หลายบริษัท ใช้น้ำมันปรุงแต่งกลิ่น แช่ตัวเหยื่อไว้ ไม่ก็ฉีดพรมมาตั้งแต่อยู่ในถุงเหยื่อ หากลองดมดู จะพบว่า กลิ่นที่เราได้รับ ไม่ได้เป็นกลิ่นเหม็นหรือของเน่าเสียแต่อย่างใด บางทีเป็นกลิ่นผลไม้ด้วยซ้ำ ใครมีหลายตัว ลองดมดูได้ครับ บางทีหอมหวลชวนดม เลยนะจะบอกให้

บางรุ่นแพง ๆ หน่อย ก็มีการสอดใส้กลิ่นมาให้เลยครับ เนื้อยางจะมีสองชั้นครับ ชั้นในบรรจุเยลลี่สอดกลิ่น ผสมกับเนื้อยางเลยครับ ชั้นนอกจะผสมเกลือเพียบ (แฮ่ะ ๆ ใช้คำเดิม อ่านหนัก ๆ หน่อยครับ อาจขำได้ เอิ๊ก ๆ ๆ พอดีกว่าเดี๋ยวว่าผมต๊องไปแล้ว) เกลือจะทำไห้ตัวเหยื่อพรุนและนิ่มครับ แถมกลิ่นด้านในออกมาได้ง่ายอีกด้วย



มาคุยกันเรื่องกลิ่นของยางกันดีกว่าครับ เหยื่อที่ราคาไม่แพงนัก บางตัวหากเพื่อนๆ หยิบมาดม ถ้าได้กลิ่นแบบยางสังเคราะห์ฉุนกึก ขอแนะนำว่า หากเลือกได้อย่าส่งเจ้าตัวนี้ลงน้ำเลยครับ เอาตัวอื่นดีกว่า มีเปอร์เซ็นสูงกว่ามากครับ

ว่าด้วยการดับกลิ่นครับ

หากเพื่อน ๆ เลือกไม่ได้ ไม่อยากทิ้งเจ้าตัวกลิ่นแรง หรืออีกนัยย์ อยากเพิ่มกลิ่นให้กับเจ้าตัวที่มีอยู่แล้วล่ะก้อ.... ทำได้ดังนี้ครับ

แบบแรก กำจัดจัดกลิ่น เอาแช่น้ำเกลือครับ แต่กลิ่นไม่หมดแน่นอนเพราะมันออกมาจากเนื้อวัสดุครับ

แบบที่สอง เอาน้ำแหล่งที่เราตกปลามาแช่ตัวเหยื่อไว้ก่อนตกปลาครับ แช่ไปเลยครับ ให้กลิ่นมันกลืนกัน

นักตกปลาส่วนใหญ่นิยมเพิ่มโอกาสให้ปลาเข้าชาร์ท และให้ปลาไม่คายเหยื่อก่อนที่เราจะรู้สึกแล้ววัดได้ดังนี้ครับ

ใช้น้ำมันสำหรับพรมเหยื่อ ฉีดพ่น ไม่ก็แช่ หรือหมักตัวเหยื่อไว้ก่อนออกใช้งานครับ หรือจะฉีดที่หน้างานก็ได้ (การหมักไว้ให้ผลที่ดีกว่า)

กลิ่นที่ผมเห็นมีขายกันมาก ๆ (นอกจากกลิ่นแบบเหม็น ) ก็จะเป็นกลิ่นผลไม้ครับ

ผุ้เชียวชาญ (คนที่ผมถาม) ให้ข้อมูลว่า ปลาไม่ทราบเลยครับ ว่าเป็นกลิ่นอะไร เมื่อกัดเข้าไปแล้ว รับรุ้ได้ว่าเป็นกลิ่นที่ไม่เป็นพิษ เป็นกลิ่นที่กินเป็นอาหารได้ ก็เป็นอันใช้ได้ครับ

ในน้ำมันให้กลิ่นพวกนี้ จะผสมสารระเหย ให้การแตกตัวของกลิ่นได้ดีมาด้วย บางชนิดเหยื่อจมน้ำ เราจะเห็นวงสี ๆ ของน้ำมันแตกตัวออกมาได้อย่างชัดเจน

อีกชนิดที่นิยมใช้มาก ๆ คือครีมจุ่มเหยื่อครับ เป็นน้ำครีมข้น ๆ ผสมไว้ เหมาะกับเหยื่อทุกชนิดครับ กลิ่นก็ออกไปค่อนข้างคน เหม็น แต่ปลาหอมเสียมากกว่าครับ ก่อนตกเอาหมักไว้ก็ดีครับ จะได้มีกลิ่นติดทน และใช้ได้ประหยัดกว่าเอาไปจุ่มตอนตกปลาด้วยครับ



ต้องขอขอบคุณข้อมูลจาก fishing4you.com

วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

เทคนิคการเกี่ยวปลายาง

เทคนิคการเกี่ยวปลายาง














ขอขอบคุณข้อมูลจาก numaer.com

เทคนิคการเกี่ยวเหยื่อยางโดยรวม

เทคนิคการเกี่ยวเหยื่อยาง


1. วิธีเกี่ยวหนอน แบบซ่อนคมเบ็ด ใช้ตกแบบ Texas หรือ Carolina Rig (สามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับเหยื่ออื่นๆ เช่น กบยางผิวน้ำได้)
รูปที่1 วัดตัวเบ็ดกับเหยื่อ ว่าเบ็ดจะทะลุตรงไหน แล้ว เอาคัตเตอร์แทงให้ทะลุตัวเหยื่อ ตามรูป
รูป 2,3,4 เกี่ยวเหยื่อแบบปกติ แล้วซ่อนคมเบ็ด

วิธีนี้จะทำให้ การเซ็ทฮุก มีอำนาจทะลุทะลวงมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเรากรุยทางไว้ให้ตัวเบ็ดแล้ว
ลดปัญหา การวัดแล้วไม่ติดปลาบ่อยๆ

หมายเหตุ ความพอดีระหว่างเหยื่อกับตัวเบ็ด ก็มีความสำคัญมาก
จากรูปที่ 4 จะเห็นว่าเมื่อเกี่ยวเหยื่อแล้ว ท้องเบ็ดไม่แนบกับตัวเหยื่อมากเกินไป

2. การเกี่ยวปลายางด้วยหัวจิ๊ก จะสังเกตุว่าท้องเบ็ดโผล่ออกมามากกว่าปกติ
เพราะเกี่ยวเฉียงขึ้นไปทางหลังเหยื่อมากขึ้น
วิธีนี้ ลดปัญหาปลากัดแล้วไม่ติด และ ปลาสะบัดเบ็ดหลุดบ่อยๆ

หมายเหตุ รูปหัวจิ๊กที่ใช้เกี่ยวปลายาง ดูแปลกๆขออภัย พอดีหารูปหัวกลมแล้วมันไม่ชัด
หัวจิ๊กแบบนี้เรียกทรง Erie นิยมใช้กับหนอนยาง เน้นกระตุกมากกว่ากรอเฉยๆ เพราะมันจะพาเหยื่อตั้งขึ้นเล็กน้อยเวลาจมอยู่ใต้น้ำ
3. การเกี่ยวหนอน ตีผิวน้ำ แบบ กบ
รูปที่ 5 ใช้ตะกั่วฟิวส์ พันที่ก้านตัวเบ็ด (ตัวเบ็ดแบบมีสปริงล็อคเหยื่อ) เพื่อเพิ่มน้ำหนัก ส่งเหยื่อได้ไกลยิ่งขึ้น
แก้ปัญหา กบแพง ใช้หนอนตัวไม่เกิน 10 บาท
หรือจะเอาไว้เล่นใต้น้ำก็ได้ เหมาะสำหรับน้ำตื้น




รูปที่ 6 ใช้สำหรับเหยื่อใหญ่ (ปลายาง 4 นิ้วขึ้นไป) แต่เบ็ดจิ๊กตัวใหญ่หาซื้อยาก
ให้เอาลวดสลิง ผูกกับท้องเบ็ดจิ๊ก แล้วมาผูกกับเบ็ดสามทาง โดยเอาคมนึงจิ้มลงไปในตัวเหยื่อ เพื่อยึดเกาะ

รูปที่7 แนวคิดคล้ายรูป 6 ใช้ แต่เบ็ดเอาไปไว้ข้างล่างแทน เหมาะปราบกระพงเขี้ยว



รูปที่ 8 อันนี้เกิดจาก เพื่อนไปลอง บ่อกระพง เขี้ยวๆ ควักเหยื่อมาสารพัดชนิดไม่กิน
ลองตีกบ ปุ๊บ โดนปั๊บ หลายทีแต่ไม่ติด จัดแจงพ่วงเบ็ด3ทางลงไป ได้เรื่องทันที
จะเอาไปใช้กับชะโด ก็ได้นะครับ ไปไกลๆทั้งทีไม่ได้เสียดายแย่



ขอขอบคุณข้อมูลจาก numaer.com

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

ประเภทของการตกปลา

ประเภทของการตกปลา

เมื่อกล่าวถึงความหมายและประวัติความเป็นมาของการตกปลาแล้วทีนี้ก็มาถึงเรื่องของประเภทของการตกปลากันบ้าง ที่จริงแล้วการตกปลานั้นมีความหลากหลายมากครับ ไม่ว่าจะเป็นการตกปลาด้วยเหยื่อหรือประเภทของอุปกรณ์ก็ตามมีความหลากหลายทั้งเทคนิคการตก รวมถึงการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป โดยในที่นี้ขอแบ่งแยกการตกปลาออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ด้วยกันน่ะครับซึ่งได้แก่ การตกปลาด้วยเหยื่อปลอม และ การตกปลาด้วแหยื่อจริง

การตกปลาด้วยเหยื่อปลอม

การตกปลาด้วยเหยื่อปลอม เป็นลักษณะของการหลอกล่อปลาให้เข้ามาชาร์จเหยื่อที่เราทำหลอกขึ้น ด้วยวิธีการและเทคนิคต่าง ๆ แล้วแต่ลักษณะของปลาแต่ละประเภท การตกปลาปลาเภทนี้จะใช้ได้ผลกับปลาที่เป็นปลาล่าเหยื่อเท่านั้นครับ ซึ่ง ได้แก่ ปลาช่อน ชะโด กระสูบ กระสง เป็นต้น โดยใช้เหยื่อที่ทำขึ้นเลียนแบบเหยื่อของปลาในธรรมชาติ เช่น ลูกปลา กบ เขียด หรอแม้กระทั่ง หนอน งู จิ้งจก ก็มีโดยเหยื่อแต่ละแบบก็จะมีชื่อเรียกและการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปครับ อย่างเช่น เหยื่อผิวน้ำ ก็จะได้แก่ เหยื่อประเภท กบ เขียด และ ป็อบเปอร์ ที่ใช้เทคนิคการลากบนผิวน้ำ แล้วก็ยังมีเหยื่อดำน้ำตื้น ดำลึก ซึ่งจะกล่าวในหัวข้อต่อไปครับ
การตกปลาประเภทนี้นับเป็นการตกปลาที่มีความใจและตื่นเต้นในการออกไปตกปลาในแต่ละครั้ง ให้ทั้งความสนุกและเพลิดเพลิน ครับ ในบ้านเรานิยมตกปลาด้วยเหยื่อปลอมตามเขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ที่มี ปลาช่อน ชะโด ชุกชุม

การตกปลาด้วยเหยื่อจริง

การตกปลาด้วยเหยื่อจริง เป็นลักษณะของการตกปลาด้วยเหยื่อที่เป็นของจริง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น เหยื่อที่มาจากธรรมชาติโดยตรง เช่น ไส้เดือน หนอน กบ เขียด เป็นต้น และเหยื่อที่เป็นสูตรผสมที่นักตกปลาได้คิดขึ้นโดยสังเกตจากลักษณะนิสัยการกินเหยื่อของปลาในธรรมชาติ การตกปลาด้วยเหยื่อจริงนี้สามารถตกได้ทั้งปลาล่าเหยื่อและปลากินพืช โดยการตกปลาล่าเหยื่อก็จะใช้เหยื่อจากธรรมชาติ เช่นการตกปลาช่อน ด้วยเขียดจริง ๆ ส่วนการตกปลากินพืชก็จะใช้เหยื่อที่เป็นสูตรผสมในการตก ปลาพวกนี้ก็ได้แก่ปลาในวงศ์ปลาเกล็ดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ปลายี่สก นวลจันทร์ ปลาจีน ปลาไน ตะเพียน ตะโกก กระโห้ และอื่น ๆ อีกมากมายครับ ทั้งนี้ยังมีปลาอีกประเภทที่นิยมตกกันด้วยเหยื่อจริงนั่นก็คือ ปลาในวงศ์ของปลาหนัง ได้แก่ปลาสวาย บึก เทโพ กด เป็นต้น โดยการตกปลาหนังนิยมใช้เหยื่ออีกประเภท ที่เรียกว่าเหยื่อหมัก เช่น ไส้ไก่หมัก หมูหมัก แต่เหยื่อประเภทนี้จะมีกลิ่นที่รุนแรงมากครับ ติดมือล้างไม่ออกไปหลายวัน ฮ่า ๆๆๆ
การตกปลาด้วยเหยื่อจริงหรือการตกปลาเกล็ดปลาหนัง จะเป็นการตกปลาที่อาศัยการรอคอยให้ปลาเข้ามากินเหยื่อที่เราตีล่อไว้ โดยใช้ชุดของตะกร้อสายหน้า ปั้นเหยื่อตีลงน้ำแล้วก็นั่งรอ
เมื่อปลากินเหยื่อจะลากเบ็ดและทำการวัดฉุดดึงเย่อต่อสู้กันได้อารมณ์ไปอีกแบบครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก phitsanulokfishing.com

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

ประวัติความเป็นมาของการตกปลา

ประวัติความเป็นมาของการตกปลา

ในที่นี้ขอแนะนำคร่าว ๆ น่ะครับ ถ้าพูดกันหมด คงว่ากันเป็นเดือนเป็นปี เอาไปสร้างเป็นหนังได้เลยมั่ง ข้อมูลนี้เป็นบทความที่แปลมาจากเวบของต่างประเทศน่ะครับเสริมบ้างนิดหน่อย

การตกปลา เป็นวิธีโบราณที่มีมาตั้งแต่ในตอนปลายยุคหินเพลิโอะลีธอิค ระยะเวลาที่เริ่มประมาณ 40,000 ปีมาแล้ว การวิเคราะห์สิ่งที่พบในกระดูกของมนุษย์ Tianyuan , 40,000 ปี มนุษย์ยุคเก่าจากเอเชียตะวันออก ได้แสดงให้เห็นถึงที่เขาบริโภคเป็นประจำปลาน้ำจืด อีกทั้งหลักฐานทางโบราณคดียังแสดงให้เห็นถึง สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการตกปลา เช่น กระดูกปลาและ ภาพวาดบนถ้ำถ้ำ During this period, most people lived a hunter-gather lifestyle and were, of necessity, constantly on the move. และยังได้พบเบ็ดตกปลาที่กลายเป็นหินซึ่งทำมาจากกระดูกของมนุษย์อีกด้ว













เบ็ดตกปลาที่กลายเป็นหินทำจากกระดูก












อีกบทความหนึ่งกล่าวถึงการตกปลาว่าเป็นกีฬา ที่มีมาแต่โบราณ ภาพวาดการตกปลาของอียิปต์เกี่ยวกับการตกปลาเมือราว 2000 ปีก่อน แสดงลักษณะของอุปกรณ์ ที่มีแกนและสายและมีตาข่ายซึ่งใช้เป็นอุปกรณ์ในการหาปลาในยุคนั้น ประวัติศาตร์ของจีนประมาณศตวรรษที่ 4 ได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการตกปลาไว้บนเส้นทางสายไหมว่าเป็นการจับปลาด้วยตะขอที่ทำจากเข็มและแกนไม้ไผ่โดยใช้ข้าวสวยเป็นเหยื่อ ทั้งนี้การตกปลายังพบในกรีกโบราณ อัสซีเรียและโรมัน อีกด้วย
สำหรับตัวเบ็ดที่ใช้สำหรับตกปลาไม่มีหลักฐานแน่นอนว่าเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใดแต่คาดว่าน่าจะเข้ามาจากประเทศจีนจากการค้าขายกันในสมัยก่อน

ดังนั้นการตกปลาจึงนับเป็นวิธีการหากินเลี้ยงชีพของคนเราที่เก่าแก่และมีมายาวนานมากแล้วจนมาถึงปัจจุบันนี้ครับ

ข้อขอบคุณข้อมูลจาก phitsanulokfishing.com

วิธีทำกระดี่ ( ทำแบบบ้านๆ )

พอดีไปเจอมาเลยเอามาฝาก วิธีทำนะครับ 1. นำกระป๋องเบอร์ดี้มาตัดก้นและหัวออก แล้วผ่ากระป๋องแบออก 2. นำแบบมาทาบแล้วตัดด้วยกรรไกร เอาให้กว้...